นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริการ TH Legal Radar
ฉบับวันที่ 25 ตุลาคม 2569
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ("นโยบาย") จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในการให้บริการ TH Legal Radar
ข้อ 1 คำนิยาม
ในนโยบายนี้
"ผู้จัดทำ" "บริการ" และ "ผู้ใช้บริการ" ให้มีความหมายเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการใช้งานบริการ TH Legal Radar
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
"กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
การอ้างถึง "มาตรา" ในนโยบายนี้ ให้หมายถึงมาตราแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เว้นแต่จะระบุชื่อกฎหมายอื่นไว้โดยเฉพาะ
ข้อ 2 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้จัดทำเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 9/85 หมู่ที่ 4 ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83130
อีเมล: thlegalradar@gmail.com
ข้อ 3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
ผู้จัดทำเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ดังต่อไปนี้
3.1 ข้อมูลที่ได้รับเมื่อผู้ใช้บริการใช้บริการผ่าน LINE
(1) ข้อมูลบัญชี LINE ได้แก่ รหัสผู้ใช้ (User ID) ที่ LINE ส่งให้ผู้จัดทำเมื่อผู้ใช้บริการเพิ่มบัญชีของบริการเป็นเพื่อน และวันเวลาที่ผู้ใช้บริการเพิ่มเพื่อน กดยอมรับข้อตกลง หรือบล็อกบัญชี
(2) หมวดที่ผู้ใช้บริการสนใจ และจังหวัดที่ผู้ใช้บริการเลือก
(3) ข้อมูลการใช้งาน ได้แก่ การกดเมนู และประเภทของข้อความที่ผู้ใช้บริการส่งมายังบัญชีของบริการ โดยระบบของผู้จัดทำไม่บันทึกเนื้อหาของข้อความดังกล่าว เว้นแต่ข้อความตาม (4)
(4) ข้อความ ภาพ หรือไฟล์ที่ผู้ใช้บริการส่งในขั้นตอนแจ้งข้อมูลผิด
3.2 ชื่อที่แสดงในบัญชี LINE ของผู้ใช้บริการ ซึ่งผู้จัดทำได้รับจาก LINE เพื่อใช้ทักทายในข้อความต้อนรับเท่านั้น โดยผู้จัดทำไม่จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว
3.3 คำตอบในแบบฟอร์มข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่มีการเก็บชื่อหรืออีเมลของผู้ใช้บริการ เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะระบุไว้ในคำตอบเอง
ข้อ 4 วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย
ผู้จัดทำเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อวัตถุประสงค์และโดยอาศัยฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อส่งสรุปกฎหมายให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้บริการ ได้แก่ การส่งข้อมูลสรุป การจดจำหมวดและจังหวัดที่ผู้ใช้บริการเลือก การตอบกลับเมื่อผู้ใช้บริการกดเมนู และการทักทายในข้อความต้อนรับ โดยอาศัยฐานความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งผู้ใช้บริการเป็นคู่สัญญา ตามมาตรา 24 (3)
(2) เพื่อพัฒนาการให้บริการ ได้แก่ การตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลที่ผู้ใช้บริการแจ้งว่าไม่ถูกต้อง และการวิเคราะห์การใช้งานเมนูต่าง ๆ โดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 24 (5)
(3) เพื่อสำรวจความสนใจของประชาชนไทยต่อกฎหมายหมวดต่าง ๆ โดยไม่ระบุตัวบุคคล ได้แก่ การจัดทำสถิติภาพรวม ซึ่งผลที่เผยแพร่จะไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ โดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 24 (5)
(4) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้อง โดยอาศัยฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย ตามมาตรา 24 (6) หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 24 (5) แล้วแต่กรณี
ผู้จัดทำจะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่แจ้งไว้ เว้นแต่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้ผู้ใช้บริการทราบและได้รับความยินยอมแล้ว หรือกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้
ข้อ 5 ความจำเป็นในการให้ข้อมูล
ข้อมูลตามข้อ 3.1 (1) เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการ หากไม่มีข้อมูลดังกล่าว ผู้จัดทำจะไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้ ส่วนข้อมูลตามข้อ 3.1 (2) ผู้ใช้บริการจะเลือกให้หรือไม่ก็ได้ หากไม่เลือก ผู้ใช้บริการจะได้รับเฉพาะข้อมูลสรุปในเรื่องที่ส่งถึงผู้ใช้บริการทุกคน
ข้อ 6 ข้อมูลที่ผู้จัดทำไม่เก็บรวบรวม
(1) ผู้จัดทำไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 อย่างเด็ดขาด ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
(2) ผู้จัดทำไม่ขอเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ หรือรหัสผ่านของผู้ใช้บริการ
(3) หากผู้จัดทำได้รับข้อมูลตาม (1) หรือ (2) โดยไม่ได้ประสงค์จะเก็บรวบรวม เช่น ผู้ใช้บริการส่งมาในขั้นตอนแจ้งข้อมูลผิด ผู้จัดทำจะลบหรือทำลายข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
(4) ผู้จัดทำไม่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปยังระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้จัดทำข้อมูลสรุป
ข้อ 7 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้จัดทำอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการแก่บุคคลหรือหน่วยงานประเภทต่อไปนี้ เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในข้อ 4
(1) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน LINE ซึ่งเป็นช่องทางที่ใช้ส่งข้อความ ทั้งนี้ การใช้ LINE ของผู้ใช้บริการ รวมถึงการเก็บรักษาข้อความที่ผู้ใช้บริการส่งมายังบัญชีของบริการในระบบของ LINE อยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ LINE ด้วย
(2) ผู้ให้บริการระบบคลาวด์และระบบประมวลผลอัตโนมัติ ซึ่งประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในนามของผู้จัดทำ และใช้ข้อมูลได้เฉพาะเพื่อให้บริการแก่ผู้จัดทำเท่านั้น
(3) ผู้ให้บริการแบบฟอร์มออนไลน์ (Google Forms) สำหรับข้อมูลตามข้อ 3.3
(4) หน่วยงานของรัฐ ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือมีคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย
ผู้จัดทำอาจเผยแพร่สถิติภาพรวมซึ่งไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ต่อสาธารณะ
ข้อ 8 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
ผู้ให้บริการตามข้อ 7 บางรายอาจจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ผู้จัดทำจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 9 ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
(1) ผู้จัดทำจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตลอดระยะเวลาที่ผู้ใช้บริการใช้บริการ
(2) เมื่อผู้ใช้บริการเลิกใช้บริการโดยการบล็อกบัญชี ผู้จัดทำจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ภายใน 90 วันนับแต่วันที่บล็อก หากผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการก่อนที่ข้อมูลจะถูกลบ ผู้ใช้บริการจะสามารถใช้การตั้งค่าเดิมได้
(3) ข้อความ ภาพ หรือไฟล์ที่ผู้ใช้บริการส่งในขั้นตอนแจ้งข้อมูลผิด ผู้จัดทำจะเก็บรักษาไว้ในระบบของผู้จัดทำไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับ
(4) ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาใด เช่น กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผู้จัดทำจะเก็บรักษาข้อมูลนั้นไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายดังกล่าวกำหนด
(5) สถิติภาพรวมซึ่งไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้จัดทำอาจเก็บรักษาไว้ต่อไป
ข้อ 10 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
(1) ผู้จัดทำจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ เช่น การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลไว้เฉพาะผู้จัดทำ การใช้การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนกับระบบที่จัดเก็บข้อมูล และการบันทึกข้อมูลการใช้งานโดยใช้รหัสแทนตัวตนแทนรหัสผู้ใช้ LINE
(2) ในกรณีที่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้จัดทำจะแจ้งเหตุต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ผู้จัดทำจะแจ้งเหตุการละเมิดพร้อมกับแนวทางการเยียวยาให้ผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบทราบโดยไม่ชักช้า
ข้อ 11 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ใช้บริการในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
(1) สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ตามมาตรา 30
(2) สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ตามมาตรา 31
(3) สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน ตามมาตรา 32
(4) สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ตามมาตรา 33
(5) สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 34
(6) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ตามมาตรา 36
(7) สิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ ในกรณีที่ผู้จัดทำอาศัยความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 19 วรรคห้า
(8) สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่ผู้จัดทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 73 โดยติดต่อผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (www.pdpc.or.th)
ผู้ใช้บริการอาจใช้สิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลตาม (4) โดยพิมพ์คำว่า "ลบข้อมูล" ในห้องแชทของบัญชี LINE ของบริการ เมื่อผู้ใช้บริการยืนยันแล้ว ระบบจะลบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทันที
ผู้ใช้บริการอาจใช้สิทธิตาม (1) (2) (3) (5) (6) และ (7) โดยส่งคำขอทางอีเมล thlegalradar@gmail.com ระบุชื่อที่แสดงในบัญชี LINE และสิทธิที่ประสงค์จะใช้ ผู้จัดทำอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตน และจะดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ผู้จัดทำอาจปฏิเสธคำขอได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด โดยจะแจ้งเหตุผลให้ผู้ใช้บริการทราบ
ข้อ 12 ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ การให้ความยินยอมใด ๆ ตามนโยบายนี้ให้เป็นไปตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากผู้จัดทำทราบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย ผู้จัดทำจะลบหรือทำลายข้อมูลนั้นโดยไม่ชักช้า
ข้อ 13 เว็บไซต์ของโครงการ
เว็บไซต์ของโครงการไม่ใช้คุกกี้ และไม่มีเครื่องมือติดตามผู้เข้าชม ทั้งนี้ ผู้ให้บริการพื้นที่เว็บไซต์อาจบันทึกข้อมูลทางเทคนิค เช่น หมายเลขไอพี (IP address) ตามการทำงานปกติของระบบ
ข้อ 14 การแก้ไขนโยบาย
ผู้จัดทำอาจแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายนี้ และจะประกาศนโยบายฉบับแก้ไขไว้บนเว็บไซต์ของโครงการ ในกรณีที่การแก้ไขเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใหม่ หรือการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ ผู้จัดทำจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่าน LINE ก่อนดำเนินการ และจะขอความยินยอมในกรณีที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 15 ช่องทางติดต่อ
ผู้ใช้บริการติดต่อผู้จัดทำได้ทางอีเมล thlegalradar@gmail.com